วิสัยทัศน์ เป้าหมาย พันธกิจ : ศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์
วิสัยทัศน์
ศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นศูนย์วิจัยระดับแนวหน้าทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ
เป้าหมาย
ศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นศูนย์วิจัยที่ได้รับการยอมรับในวงการวิชาการด้านวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ ภายในระยะเวลา 3 ปี
พันธกิจ
1. ประสานงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อนำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก้าวไปสู่ความเป็นเลิศทางวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยี
2. จัดทำฐานข้อมูลการวิจัย และ แนะนำความเชี่ยวชาญของนักวิจัย เพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัยแบบบูรณาการ
3. สร้างความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน และ เครือข่ายต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้อง โดยการรวบรวมปัญหาและความต้องการเพื่อนำมาเป็นโจทย์วิจัย รวมทั้งให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาด้านวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยี
4. ประสานงานการบริการวิชาการและจัดฝึกอบรม เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรมและชุมชนเป้าหมาย
5. เสนอแนะและประสานงานหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับวัสดุศาสตร์ เพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัย

 

ยุทธศาสตร์และแผนกลยุทธ์ ศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ (พ.ศ. 2553-2556)

ศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและบริหารวิชาการของศูนย์ฯ ขึ้นโดยคณะผู้บริหารศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนการดำเนินงานและแผนปฏิบัติการต่อไป

ยุทธศาสตร์ ศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ (พ.ศ. 2553-2556)

ยุทธศาสตร์เพื่อความเข้มแข็งทางการบริหารจัดการ 

1.1 สนับสนุนและผลักดันให้เกิดการทำวิจัยในลักษณะสหสาขาวิชา (Interdisciplinary) เพื่อให้มีการดำเนินการเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งจะประกอบไปด้วยนักวิจัยรุ่นใหม่ นักวิจัยรุ่นกลาง และนักวิจัยอาวุโสทำงานวิจัยร่วมกัน 

1.2 นำความพร้อมของนักวิจัยที่ทำงานด้านวัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มารวมกัน และช่วยสนับสนุนและผลักดันในการแสวงหาแหล่งทุน ครุภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์ให้เพิ่มมากขึ้น

1.3 ทำการรวมกลุ่มนักวิจัยที่สนใจงานวิจัยเป้าหมายเดียวกัน จัดให้มีการระดมความคิด เพื่อประสานงานวิจัยและแสวงหาแหล่งทุนร่วมกัน

1.4 ผลักดันให้มีการวิจัยร่วมกับกลุ่มวิจัยทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งภาคเอกชนและอุตสาหกรรมให้มากยิ่งขึ้น

1.5 ผลักดันให้เกิดงานวิจัยและบริหารวิชาการที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในส่วนของชุมชนและสังคมให้มากขึ้น

ยุทธศาสตร์เพื่อความเข้มแข็งทางด้านวิชาการ 

ยุทธศาสตร์ ศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ (พ.ศ. 2553-2556) จะเน้นการพัฒนางานวิจัย 5 ด้านดังนี้คือ

• วัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุข

• วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ

• วัสดุโครงสร้างเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง

• ตัวตรวจจับและอุปกรณ์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

• แบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิงเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน

งานวิจัยจะมุ่งเน้นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านงานวิจัยและพัฒนาของประเทศ เป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับผู้ใช้งานจริง มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างชัดเจน โดยจะสนับสนุนงานวิจัยทั้งด้านพื้นฐานและประยุกต์ที่ตอบโจทย์/ปัญหาของประเทศ เพื่อยกระดับการศึกษาและการวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้งพัฒนาวัสดุต่างๆ ให้เป็นเทคโนโลยีหลักที่ทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง เชื่อมโยงและตอบสนองต่อการพัฒนาทั้งภาคการผลิต เศรษฐกิจ และ สังคม
แผนกลยุทธ์ ศูนย์วิจัยวัสดุศาสตร์ (พ.ศ. 2553-2556)

ด้านการวิจัย 

1. สนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มการทำวิจัยในลักษณะสหสาขาวิชา (Interdisciplinary) โดยการนำความพร้อมของนักวิจัยที่ทำงานด้านวัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มารวมกัน และช่วยผลักดันในการแสวงหาแหล่งทุน ครุภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์ให้เพิ่มมากขึ้น โดยมีการดำเนินการเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งจะประกอบไปด้วยนักวิจัยรุ่นใหม่ นักวิจัยรุ่นกลาง และนักวิจัยอาวุโสทำงานวิจัยร่วมกัน 

2. ผลักดันให้มีการวิจัยร่วมกับกลุ่มวิจัยทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งภาคเอกชนและอุตสาหกรรมให้มากยิ่งขึ้น

3. ผลักดันให้เกิดงานวิจัยและบริหารวิชาการที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในส่วนของชุมชน สังคม และ ภาคอุตสาหกรรมให้มากขึ้น

4. จัดรูปแบบการบริหารงานวิจัยเพื่อนำไปสู่การพึ่งตนเอง

ด้านการบริการวิชาการ 

1.ผลักดันให้นักวิจัยด้านวัสดุศาสตร์นำความรู้ที่ได้จากงานวิจัยมาบริการวิชาการเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนท้องถิ่นและภาคอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น

2. เผยแพร่ข้อมูลศักยภาพนักวิจัยและเครื่องมือที่ใช้ในการบริการวิเคราะห์ เพื่อให้เกิดการบริการวิขาการมากยิ่งขึ้น

3. แสงวงหาโจทย์วิจัยเพื่อพัฒนา ภาคอุตสาหกรรม ชุมชน สังคม และผลักดันให้เกิดงานวิจัยและบริการวิชาการร่วมกันทั้งสองฝ่าย